Alphabet บริษัทแม่ของ Google มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือมาร์เก็ตแคป แตะระดับ 4 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงสั้น ๆ เมื่อวันจันทร์ หลังบริษัทมีความชัดเจนเพิ่มขึ้นในการโฟกัสด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งช่วยคลายข้อกังขาเกี่ยวกับกลยุทธ์ในการผลักดันให้บริษัทกลับขึ้นมาอยู่แถวหน้าการแข่งขันด้าน AI โดยสัญญาณล่าสุดที่บ่งชี้ว่า ความพยายามดังกล่าวเริ่มเห็นผล คือการที่ Alphabet เปิดเผยว่า โมเดล AI รุ่นถัดไปของ Apple จะพัฒนาบน Gemini ของ Google ภายใต้ข้อตกลงระยะยาวหลายปี รายงานดังกล่าว ส่งผลให้หุ้นสามัญ Class A ของ Google บวกขึ้นสูงสุด 1.7% แตะระดับ 334.04 ดอลลาร์สหรัฐ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ก่อนจะย่อตัวลงและลดช่วงบวกดังกล่าว สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า Apple จะนำโมเดล Gemini ของ Goole มาใช้กับ Siri เวอร์ชันใหม่ ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวภายในปีนี้ ความร่วมมือดังกล่าวช่วยยกระดับการเป็นพันธมิตรของยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีทั้งสองในยุค AI และเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Alphabet ในการแข่งขันกับ OpenAI ข้อตกลงที่ประกาศเมื่อวันจันทร์ถือเป็นการแสดงความเชื่อมั่นครั้งสำคัญต่อ Google โดยเทคโนโลยีของบริษัทมีการนำไปใช้กับ “Galaxy AI” ของ Samsung แล้ว เมื่อผนวกเข้ากับ Siri จะเป็นการเปิดประตูสู่ตลาดขนาดใหญ่ซึ่งมีอุปกรณ์ของ Apple ที่มีการใช้งานอยู่มากกว่า 2,000 ล้านเครื่อง 
นอกจากนี้ รายงานของรอยเตอร์เมื่อต้นปียังระบุว่า Samsung Electronics เตรียมเพิ่มการผลิตอุปกรณ์แบบพกพาพร้อมฟีเจอร์ AI ที่ขับเคลื่อนด้วย Gemini ขึ้นอีกสองเท่าในปีนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มาร์เก็ตแคปของ Alphabet ยังแซงหน้า Apple เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2019 กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับสองของโลก จุดเปลี่ยนสำคัญดังกล่าวยังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของมุมมองนักลงทุนที่มีต่อ Alphabet โดยในปี 2025 ราคาหุ้นพุ่งขึ้นราว 65% ทำผลงานแซงหุ้นตัวอื่น ๆ ในกลุ่ม “Magnificent Seven” นอกจากนี้ การที่บริษัทสามารถยกระดับธุรกิจคลาวด์ซึ่งเคยถูกมองข้ามให้กลายเป็นเครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อนการเติบโต ยังช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนที่เคยมองว่า บริษัทอาจเสียเปรียบในการแข่งขันด้าน AI และดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีจากนักลงทุนอย่างวอร์เรน บัฟเฟตต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ฟิล บลังกาโต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Ladenburg Thalmann Asset Management กล่าวว่า “ในบรรดาหุ้นกลุ่ม Magnificent Seven หุ้น Alphabet เป็นชื่อที่เซอร์ไพรส์เรามากที่สุดในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และกำลังขยายธุรกิจไปไกลกว่ารูปแบบเดิมของบริษัท” และกล่าวด้วยว่า “สิ่งที่ต้องยกเครดิตให้บริษัทคือ เรื่องนวัตกรรม นั่นคือสิ่งที่ทำให้ Alphabet แตกต่างจากบริษัทอื่น ๆ จำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา เห็นได้จากข้อมูลผลประกอบการ” โมเดล Gemini 3 รุ่นใหม่ได้รับเสียงวิจารณ์ในเชิงบวกอย่างมาก ขณะที่รายได้ของ Google Cloud เพิ่มขึ้น 34% ในไตรมาสที่ 3 ขณะที่รายได้ฝั่ง Backlog เพิ่มขึ้นเป็น 155,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ การนำชิป AI ที่ Google พัฒนาขึ้นเอง ซึ่งเดิมสงวนไว้ใช้ภายใน มาปล่อยให้ลูกค้าภายนอกเช่าใช้ยังช่วยให้หน่วยธุรกิจนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว และยังมีรายงานว่า Meta Platforms อยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อใช้เงินหลายพันล้านดอลลาร์ซื้อชิปของบริษัทไปใช้ในศูนย์ข้อมูล ตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป ที่มา Reuters 
|