TOP คาดปี 69 EBITDA ระดับ 700 ล้านดอลลาร์ ลุ้นบุ๊กกำไรพิเศษซื้อหุ้นกู้คืนในไตรมาส 1/69 พร้อมเดินหน้าก่อสร้างโครงการ CFP หลังได้ผู้รับเหมาชุดใหม่ คาดแล้วเสร็จเร็วกว่าแผน หวัง COD ไตรมาส 2/71 นางวนิดา บุญภิรักษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านการเงินและบัญชี บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) TOP เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่ากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ปี 69 จะอยู่ที่ระดับ 700 ล้านดอลลาร์ ภายใต้สมมุติฐานค่าการกลั่น (GRM) ที่ 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล คิดเป็นเงินประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ต่อปี โดยบริษัทตั้งเป้าค่าการกลั่น (GRM) ของธุรกิจโรงกลั่นปีนี้ที่ระดับ 5- 6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ประกอบกับมูลค่าส่วนเพิ่มจากธุรกิจอื่นๆในกลุ่มอีกประมาณ 2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งส่งผลให้ GRM ของบริษัทรวม อยู่ที่ประมาณ 7-8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 
ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯได้มุ่งลดภาระหนี้เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กร โดยปัจจุบันได้ดำเนินการลดภาระหนี้ไปแล้วรวม 1,500 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 45,000 ล้านบาท โดยแหล่งเงินทุนมาจากการดำเนินโครงการแปลงสินทรัพย์เป็นเงินสด (Asset Monetization) หรือการนำทรัพย์สินประเภทโครงสร้างพื้นฐานแปลงเป็นการให้เช่าและบริษัทได้ดำเนินการเช่ากลับ ซึ่งส่งผลให้บริษัทได้รับเงินสดมาราว 18,230 ล้านบาท บริษัทได้นำไปใช้ลดภาระหนี้ผ่านการทำการซื้อหุ้นกู้คืน (Bond Buyback) และการชำระคืนเงินกู้ระยะยาว ซึ่งให้ระดับ Net Debt/EBITDA ปรับตัวลดลงจาก 5.8 เท่า เหลือระดับ 4.8 เท่า ส่วนอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) ในช่วงไตรมาส 3/68 อยู่ที่ระดับ 0.7 เท่า ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ไม่เกิน 1 เท่า ขณะที่บริษัทยังถือว่าประสบความสำเร็จในการซื้อคืนหุ้นกู้สกุลเงินดอลลาร์มูลค่ารวมกันไม่เกิน 550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปในช่วงที่ผ่านมา โดยใช้เงินไปไม่ถึง 550 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากได้รับส่วนลดถึง 14% จึงทำให้คาดว่าบริษัทจะสามารถเป็นบันทึกเป็นกำไรพิเศษเข้ามาได้ในไตรมาส 1/69 นายบัณฑิต ธรรมประจําจิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ TOP กล่าวว่าในปี 69 จะเป็นปีของการเดินหน้าก่อสร้างโครงการพลังงานสะอาด (CFP) เต็มรูปแบบ หลังจากส่งมอบงานก่อสร้างจากผู้รับเหมา EPC รายเดิมไปยังทีมบริหารจัดการ EPC ชุดใหม่เสร็จสิ้นแล้วในปลายปีที่ผ่านมา โดยได้มีการลงนามสัญญากับผู้รับเหมาหลักรายใหม่ ทำให้สามารถกลับมาทำการก่อสร้างได้ตามปกติ และคาดหวังว่าโครงการดังกล่าวจะสำเร็จได้เร็วกว่ากำหนด จากแผนปัจจุบันที่กำหนดไว้จะเปิด COD เต็มรูปแบบภายในไตรมาส 3/71 "โครงการ CFP ปีนี้ จะมุ่งเน้นในงานก่อสร้าง โดยจะมีผู้รับเหมาเข้ามาครบ 18,000 คน ในไตรมาส 1/69 และจะเริ่มดำเนินการในส่วนของ CDU-4 Complex โดยตั้งเป้า Start Up ได้ในไตรมาส 2/70 และตั้งเป้าจะสามารถเปิด COD ได้ในช่วงไตรมาส 2/71 ซึ่งเร็วกว่ากำหนดไว้หนึ่งไตรมาส พร้อมคาดว่าจะช่วยประหยัดเงินลงทุนจากงบก่อสร้างเดิมที่ขออนุมัติกับผู้ถือหุ้นไว้ได้หลักหลายพันล้านบาท" นายบัณฑิต กล่าว ด้านการดำเนินงานธุรกิจหลักของ TOP ปีนี้ คาดว่าค่าการกลั่นจะทรงตัวในระดับที่ดี จากไม่มีการเปิดดำเนินการของโรงกลั่นใหม่ของโรงกลั่นในสหรัฐฯและยุโรป หลังยังมีการปิดโรงกลั่นใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้คาดว่าค่าการกลั่น (GRM) จะเฉลี่ยอยู่ที่ 5-6 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โดยยังต้องติดตามความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ภายนอกประเทศ ที่อาจมีผลกระทบต่อราคาน้ำมันให้ปรับตัวขึ้นในอนาคต ปีนี้บริษัทไม่มีแผนที่จะออกหุ้นกู้ หรือกู้เงินจากสถาบันการเงินเพิ่มแล้ว เนื่องจากปัจจุบันมีเงินสดในมือไม่ต่ำกว่า 1,600 ล้านเหรียญสหรัฐ และยังไม่รวมกับเงินสดที่ได้จากการดำเนินงาน ขณะที่ปัจจุบันบริษัท มีหนี้สินรวมอยู่ที่ 2,900 ล้านดอลลาร์ ลดลงจากเดือนม.ค.68 ที่อยู่ระดับ 4,400 ล้านดอลลาร์ 
|