สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 22 ม.ค. 69 ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส | ซื้อ | 159.00 | บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล | ซื้อ | 150.00 | บล.พาย | ถือ | 149.00 | บล.ดาโอ | ซื้อ | 148.00 | บล.ฟิลลิป | ทยอยซื้อ | 145.00 | บล.กรุงศรี | Neutral (ถือ) | 145.00 | บล.ทิสโก้ | ถือ | 142.00 | บล.ทรีนีตี้ | ถือ | 135.00 | บล.เคจีไอ | ถือ | 135.00 | บล.ยูโอบี เคย์เฮียน | ถือ | 132.00 | บล.บัวหลวง | ถือ | - | สรุปปัจจัยบวก- อัตราเงินปันผลอยู่ในระดับสูง: ประเมินว่า SCB ยังสามารถจ่ายปันผลได้ในระดับสูงต่อเนื่องที่ราว 7-8% ต่อปี แม้กำไรอาจอ่อนตัวลง ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในกลุ่มธนาคาร (บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.ฟิลลิป, บล.กรุงศรี, บล.ดาโอ, บล.ทรีนีตี้, บล.พาย) - ต้นทุนสินเชื่อ (Credit Cost) มีแนวโน้มลดลง: เป้าหมายในปี 2569 คาดว่า credit cost จะลดลงอย่างมากมาอยู่ที่ 135–155 bps เทียบกับปีก่อนที่อยู่ระดับ 170-180 bps เนื่องจากผ่านพ้นช่วงการปรับปรุงงบดุลของ CardX และมีการตั้งสำรองส่วนเกิน (Management Overlay) ไว้ล่วงหน้าแล้ว (บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ, บล.ดาโอ, บล.พาย)
- ฐานะการเงินและเงินกองทุนแข็งแกร่ง: อัตราส่วนเงินกองทุน (CAR) และ Tier 1 อยู่ในระดับสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของ ธปท. อย่างมาก สะท้อนความมั่นคงของงบดุล (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)
- การฟื้นตัวของธุรกิจ Gen-II: ธุรกิจบัตรเครดิต (CardX) ผ่านการปรับปรุงคุณภาพสินทรัพย์แล้วและพร้อมกลับมาขยายตัว รวมถึง Monix และ ABACUS ที่คาดว่าจะขยายสินเชื่อได้เพิ่มขึ้นในปีนี้ (บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ)
- รายได้ค่าธรรมเนียมมีโอกาสเติบโต: คาดการณ์การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิในระดับ mid to high single digit โดยเฉพาะจากธุรกิจ Wealth Management และ Bancassurance ในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว (บล.ทิสโก้, บล.พาย)
- ประสิทธิภาพการจัดการค่าใช้จ่าย: การนำเทคโนโลยี AI มาใช้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (บล.ทิสโก้)
สรุปปัจจัยลบ- ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อ่อนตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ: เป้าหมาย NIM ปี 2569 ถูกปรับลงเหลือ 3.0–3.2% จากปีก่อนที่อยู่ระดับ 3.4-3.5% ตามทิศทางดอกเบี้ยขาลงและการแข่งขัน (บล.ทิสโก้, บล.ฟิลลิป, บล.กรุงศรี, บล.เคจีไอ, บล.ทรีนีตี้, บล.พาย)
- กำไรสุทธิปี 2569 มีแนวโน้มหดตัว: นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์กำไรปีหน้าจะอ่อนตัวลง YoY จากแรงกดดันด้านรายได้ดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น (บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี, บล.ดาโอ, บล.ทรีนีตี้)
- ต้นทุนจากการลงทุนธุรกิจใหม่: การจัดตั้ง Virtual Bank ที่จะเปิดดำเนินการช่วงกลางปี 2569 จะเป็นภาระค่าใช้จ่ายและทำให้ Cost to income ratio สูงขึ้น (บล.ทิสโก้, บล.พาย)
- คุณภาพสินทรัพย์ในบางกลุ่มยังน่ากังวล: พบการเกิดหนี้เสียใหม่ (New NPL formation) เพิ่มขึ้นในกลุ่ม SME และความเสี่ยงจากกลุ่มสินเชื่อจำนำทะเบียน (Auto X) ที่ยังต้องระมัดระวัง (บล.ทิสโก้, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)
- ความเสี่ยงจากปัจจัยมหภาค: เศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มชะลอตัวและการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. อาจกดดันผลประกอบการมากกว่าที่คาด (บล.ทรีนีตี้, บล.พาย)
 |