BAM ปลื้มโครงการทรัพย์มหาชนฯ ผลตอบรับเกินคาด ตั้งเป้าทั้งปีนี้ 3,000-3,500 ยูนิต มูลค่า 2.5-2.8 พันลบ.

รูป BAM ปลื้มโครงการทรัพย์มหาชนฯ ผลตอบรับเกินคาด ตั้งเป้าทั้งปีนี้ 3,000-3,500 ยูนิต มูลค่า 2.5-2.8 พันลบ.

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -21 ม.ค. 69 16:34 น.

 

BAM เผย โครงการทรัพย์มหาชนฯ ผลตอบรับเกินคาด ตั้งเป้าทั้งปี 69 ทำได้ 3,000-3,500 ยูนิต คิดเป็นเม็ดเงิน 2,500-2,800 ล้านบาท ส่วนแผนปี 2569 ตั้งเป้าหมายผลเรียกเก็บไว้ที่ 19,000-20,000 ล้านบาท จ่อตั้ง AMC เพิ่มอีก 2 สถาบันการเงิน คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ช่วงเดือนต.ค.นี้

 

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า โครงการทรัพย์มหาชน เพื่อบ้านของคนสู้ชีวิต เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้กับกลุ่มอาชีพอิสระ ผู้มีรายได้น้อย และ ไม่แน่นอนได้เข้าถึงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในบ้านหลังแรกได้จริง ด้วยการนำทรัพย์ของ BAM มาต่อยอดเป็นโซลูชั่น ในการช่วยเหลือสังคม (Social KPI) ไม่ใช่เป็นแค่เป็นองค์กรเพื่อการจำหน่ายทรัพย์อย่างเดียว และ เป็นบทบาทหนึ่งขององค์กรในการสร้างโอกาสควบคู่การทำธุรกิจ และ ลดการตั้งสำรอง ตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เพื่อระบาย Port Folio ที่ถือครองมานาน

 

สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานของโครงการทรัพย์มหาชนฯ ระยะเวลาโครงการ 4 เดือน (ก.ย. 68 – ธ.ค. 68) ตั้งเป้าหมายจำนวนเงิน 800 ล้านบาท และ คิดเป็นจำนวน 1,000 ราย โดยทรัพย์ที่มีผู้เสนอซื้อที่อยู่อาศัย 3 ลำดับ ประกอบด้วย 1.ห้องชุดพักอาศัย จำนวน 477 รายการ คิดเป็เม็ดเงิน 186 ล้านบาท 2.ทาวน์เฮ้าส์ จำนวน 236 รายการ คิดเป็นเม็ดเงิน 260 ล้านบาท 3.บ้านเดี่ยว จำนวน 231 รายการ คิดเป็นเม็ดเงิน 318 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 764 ล้านบาท

 

โดยโครงการนี้ กลุ่มลูกค้าที่เข้ามาในโครงการสามารถซื้อแบบผ่อนชำระกับ BAM โดยตรง นานสูงสุด 20 ปี แทนการเช่าที่อยู่อาศัย ทำให้โอกาสในการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ช่วยลดภาระค่าเช่ารายเดือนในอนาคต และ ทำให้ครอบครัวมีเงินเหลือไปใช้จ่ายด้านอื่น เช่น การศึกษา สุขภาพ หรือ การลงทุนเล็กๆน้อยๆ ซึ่งสะท้อนโดยตรงถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว ซึ่งการผ่อนชำระตรงกับ BAM ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครดิตโปรไฟล์ที่สะท้อนความสามารถในการบริหารจัดการรายได้ รายจ่าย เมื่อผ่อนต่อเนื่องได้ดีจะกลายเป็นบันไดก้าวแรกในการเข้าถึงโอกาสสินเชื่ออื่นๆได้

 

"โครงการดังกล่าวถือเป็นต้นแบบสำหรับการแก้ไขปัญหาทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม และ อาจนำไปสู่การปฏิรูประบบการเงินในวงกว้าง ตลอดจนเป็นการสร้างโมเดลใหม่ของการทำธุรกิจที่ผสมผสานระหว่างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจกับผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมได้อย่างดี และ สร้างผลลัพธ์เชิงสังคมจากการช่วยให้คนมีที่อยู่อาศัย โดยเป้าหมายโครงการดังกล่าวทั้งปีนี้คาดไว้ 3,000-3,500 ยูนิต คิดเป็น 2,500-2,800 ล้านบาท"ดร.รักษ์ กล่าว

 

  

ปัจจุบัน BAM ปัจจุบันมีทรัพย์ จำนวนกว่า 24,000 รายการ ซึ่งใน Phase 1 BAM คัดทรัพย์ เข้าร่วมโครงการฯ จำนวนกว่า 15,000 รายการ (ประมาณ 60% ของทรัพย์ทั้งหมด) ซึ่งประกอบด้วย บ้าน , ห้องชุดพักอาศัย , อาคารพาณิชย์ และ ที่ดินเปล่า มูลค่ารวมกว่า 14,000 ล้านบาท กระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งโครงการนี้ได้ช่วยระบายทรัพย์ที่ BAM ได้จำนวนหนึ่ง และ โครงการนี้สำหรับ BAM นับว่าประสบความสำเร็จ และ เป็นต้นแบบสำหรับการแก้ไขปัญหาทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และ อาจนำไปสู่การปฏิรูประบบการเงินในวงกว้าง ตลอดจนการสร้างโมเดลใหม่ของการทำธุรกิจที่ผสมผสานระหว่างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจกับผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมได้อย่างดี

 

นอกจากนี้ BAM จะขยาย โครงการทรัพย์มหาชน เพื่อบ้านของคนสู้ชีวิต Season 2 ด้วยการขยายฐานลูกค้าในอนาคต ด้วยการปรับเงินทำสัญญา ให้บุคคลทั่วไปเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และ ขยายราคาจาก 3 ล้านบาท เป็น 5 ล้านบาท ซึ่งจะมีโครงการฯ จำนวนกว่า 21,000 รายการ ประกอบด้วย บ้าน ,ห้องชุดพักอาศัย , อาคารพาณิชย์ และ ที่ดินเปล่า มูลค่ารวมกว่า 32,000 ล้านบาท จากทรัพย์พร้อมขายของ BAM ที่มีอยู่กว่า 24,000 รายการ มูลค่ากว่า 73,000 ล้านบาท

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะขยายโมเดลนี้ไปสู่รูปแบบอื่น ๆ โดยศึกษาความเป็นไปได้ที่จะจับมือหน่วยงานภาครัฐที่ช่วยเหลือ และ จัดหาบ้านให้ประชาชนในรูปแบบอื่นๆ ด้วย เช่น สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ที่ดำเนินโครงการบ้านมั่นคงเพื่อคนจนเมือง (บ้านเช่าเพื่อสังคม) และ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่มีบทบาทในการสนับสนุนการมีที่อยู่อาศัยผ่านกลไกต่างๆ ซึ่งอาจรวมถึงบริษัทเอกชนต่าง ๆ ที่มองหาสวัสดิการด้านที่อยู่อาศัยให้แก่พนักงานของตน

 

"จำนวนข้าราชการ และ เจ้าหน้าที่ของรัฐ มีอยู่ประมาณ 3 ล้านคน ประมาณ 5 แสนคนที่อยู่อาศัยบ้านพักของทางราชการ ซึ่ง BAM จะร่วมมือกับกรมบัญชีกลาง และ ธนาคารกรุงไทย ในการทำโครงการดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่ร่วมกับธนาคารออมสินผ่าน บริษัท บริหารสินทรัพย์อารีย์ จำกัด และ ธนาคารกสิกรไทยผ่าน บริษัท บริหารสินทรัพย์ อรุณ จำกัด ที่รอดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน และ ในอนาคตจะมีธุรกิจบริหารสินทรัพย์ หรือ AMC เพิ่มอีก 2 สถาบันการเงิน โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ช่วงเดือนต.ค.นี้"ดร.รักษ์ กล่าว

 

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2569 ดร.รักษ์ กล่าวว่า BAM ตั้งเป้าหมายผลเรียกเก็บปี 2569 ไว้ที่ 19,000-20,000 ล้านบาท โดยจะเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ก่อตั้ง BAM มา ซึ่งเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังผลเรียกเก็บเฉลี่ยอยู่ที่ 15,000-16,000 ล้านบาท โดยรายได้ และ กำไร อัตราการเติบโตต่อจากนี้จะเฉลี่ยอยู่ที่ 5-7% ต่อปี หรือ 1,800-1,900 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาเคยเติบโตประมาณ 10% แต่มองว่าเป็นการเติบโตที่ไม่เสถียร โดยมองอนาคตที่ต้องการเติบโตแบบมั่นคง และ มีเสถียรภาพ

 

 

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

กรณัช พลอยสวาท

กรณัช พลอยสวาท

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย