BBL ยกโมเดล “สังคมไร้ขยะฝังกลบ” ปรับพฤติกรรมพนักงานสู่สังคมยุคใหม่ พร้อม ส่งต่อ SMEs ปูทางสู่สินเชื่อสีเขียว

efinAI
BBL ชี้โลกร้อนสัญญาณเตือนร่วมมือจัดการปกป้องโลก ปั้นโครงการ “บัวหลวง Save The Earth” วางเป้าหมายท้าทาย สร้างสังคมไร้ขยะฝังกลบ ยกพนักงานสาขาพระราม3 โรลโมเดลมีขยะไม่ถึง 1 ก.ก.ต่อเดือน พร้อมส่งแนวคิดสู่ SMEs หนุนสินเชื่อสีเขียวให้อยู่รอดได้ในเวทีโลก
หนึ่งในต้นแบบสำคัญ ของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) คือ อาคารสำนักงานพระราม 3 ซึ่งพนักงานสามารถลดปริมาณขยะทั่วไปลงเหลือไม่ถึง 1 กิโลกรัมต่อคนต่อเดือน สะท้อนให้เห็นถึงพลังของการปรับพฤติกรรมจากต้นทางอย่างเป็นระบบ
ขณะเดียวกัน แนวคิดดังกล่าวยังถูกส่งต่อไปยังภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs เพื่อสนับสนุนการปรับตัวด้านสิ่งแวดล้อม และปูทางสู่การเข้าถึงสินเชื่อสีเขียวในอนาคต
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL กล่าวว่า ปัญหาโลกร้อนและภัยพิบัติทางธรรมชาติไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะเป็นความจริงที่ส่งผลกระทบต่อชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมอย่างชัดเจนในทุกปี
ทั้งไฟป่า น้ำท่วม คลื่นความร้อน และสภาพอากาศแปรปรวน ต่างสะท้อนให้เห็นว่าความรุนแรงของปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมกำลังเพิ่มขึ้น และเป็นสัญญาณเตือนให้มนุษย์ต้องร่วมมือกันมากกว่าที่ผ่านมา
จากจุดเริ่มต้นดังกล่าว ธนาคารจึงเดินหน้าสร้างความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ “บัวหลวง Save the Earth” ทั้งโครงการเก็บขยะบริเวณปากแม่น้ำท่าจีน การสนับสนุนป่าชุมชนที่ถ้ำเสือ และการพัฒนาโครงการ Zero Waste to Landfill
สำหรับโครงการ Zero Waste to Landfill ได้เริ่มนำร่องที่อาคารพระราม 3 โดยตั้งเป้าหมายลดปริมาณขยะฝังกลบให้ได้มากที่สุดอย่างเป็นรูปธรรม
จากเดิมที่อาคารพระราม 3 มีขยะฝังกลบประมาณ 73 ตันต่อปี ปัจจุบันสามารถลดลงเหลือเพียง 13 ตันต่อปี หรือลดลงได้ถึง 81% คิดเป็นปริมาณ 58.5 ตัน
นอกจากนี้ ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 204.75 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี จากความร่วมมือของพนักงานกว่า 1,600 คน
“ไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะเท่านั้น แต่ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ซึ่งเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้เพื่อดูดซับคาร์บอนได้หลายสิบไร่” นายกอบศักดิ์กล่าว
ทั้งนี้ ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของพนักงานทุกคนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ส่งผลให้ขยะจำนวนมากถูกนำกลับเข้าสู่กระบวนการใช้ประโยชน์ใหม่
ปัจจุบัน อาคารพระราม 3 สามารถนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ได้รวม 22.86 ตัน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักอย่างชัดเจน
ประกอบด้วย ขยะรีไซเคิล เช่น พลาสติก ขวดน้ำ และแก้วน้ำ จำนวน 12.69 ตัน ขยะเศษอาหาร 8.35 ตัน ที่นำไปแปรรูปเป็นสารบำรุงดิน และขยะกำพร้า 1.82 ตัน ที่นำไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงพลังงาน
การจัดการขยะอย่างเป็นระบบดังกล่าว ช่วยลดปริมาณขยะทั่วไปที่ต้องนำไปฝังกลบได้อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา
“จากเดิมที่มีขยะฝังกลบประมาณ 71 ตันต่อปี หรือราว 5–6 ตันต่อเดือน ปัจจุบันเหลือเพียง 13.3 ตันต่อปี หรือเฉลี่ยประมาณ 1 ตันต่อเดือน ทำให้ขยะทั่วไปเหลือไม่ถึงคนละ 1 กิโลกรัม” นายกอบศักดิ์กล่าว
ดังนั้น เป้าหมาย Zero Waste to Landfill จึงถือว่าเป็นเป้าหมายที่สามารถบรรลุได้จริงในอนาคตอันใกล้
ก้าวต่อไป สู่สังคมไร้ขยะฝังกลบในปี 2569
ธนาคารกรุงเทพ ในฐานะ “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน” เตรียมเดินหน้าร่วมกับพนักงานทุกคน เพื่อสร้างการตระหนักรู้ด้านปัญหาขยะ และขยายผลความสำเร็จสู่ระดับองค์กรอย่างต่อเนื่อง
โดยในปี 2569 ธนาคารมีแผนขยายโครงการ Zero Waste to Landfill Next จากอาคารพระราม 3 ไปยังกลุ่มอาคารสำนักงานใหญ่ ศูนย์ปฏิบัติการสนับสนุน และสาขาที่ได้รับการคัดเลือกทั่วประเทศ
ขณะเดียวกัน ธนาคารยังเดินหน้าสร้างความเข้มแข็งให้กับ Bualuang Green Team ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกต้นแบบรุ่นแรกกว่า 170 คน และจะเปิดรับสมาชิกเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง
เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการลดปริมาณขยะอย่างยั่งยืนในระยะยาว
แลกเปลี่ยน Know-how จัดการขยะครบวงจร
กิจกรรม Zero Waste to Landfill Next เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Bualuang Save the Earth: 3R+ (Reduce, Reuse, Recycle Plus) ซึ่งธนาคารเริ่มนำร่องตั้งแต่ปี 2567
โครงการดังกล่าวครอบคลุมการบริหารจัดการขยะแบบครบวงจร ตั้งแต่การอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการคัดแยกขยะให้กับทีมแม่บ้านและพนักงาน ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้จริง
นอกจากนี้ ยังมีการใช้ภาชนะย่อยสลายได้ในโรงอาหาร การติดตั้งเครื่องกำจัดขยะเศษอาหารด้วยเทคโนโลยี Food Waste Processor เพื่อแปรรูปเป็นสารบำรุงดิน
รวมถึงความร่วมมือกับบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด ในโครงการ “ส่งขยะกลับบ้าน” เพื่อนำขยะกำพร้าไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงพลังงานทดแทน RDF
“ธนาคารต้องการส่งต่อแนวคิดการดูแลสิ่งแวดล้อม และการลดขยะไปยังลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อร่วมกันปฏิบัติตามหลัก Reduce – Reuse – Recycle Plus”
สินเชื่อสีเขียว หนุน SMEs ปรับตัวรับมือการค้าโลกยุคใหม่
นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายผลสู่ซัพพลายเชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs
เนื่องจากประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของภาพลักษณ์อีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นกฎเกณฑ์และปัจจัยการแข่งขันทางการค้าในระดับโลก
ดังนั้น ธนาคารกรุงเทพจึงเดินหน้าสนับสนุน สินเชื่อสีเขียว (Green Finance) เพื่อช่วยให้ SMEs สามารถลงทุนในโครงการที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอน
ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งโซลาร์รูฟ ระบบประหยัดพลังงาน ยานยนต์ไฟฟ้า หรือโครงการด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ
ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ธุรกิจไทยสามารถปรับตัว อยู่รอด และเติบโตได้อย่างยั่งยืน ภายใต้กติกาโลกยุคใหม่ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว










