เปิดโผ 11 บจ.กำไร 4Q/68 จ่อโตทั้ง YoY-QoQ

รูป เปิดโผ 11 บจ.กำไร 4Q/68 จ่อโตทั้ง YoY-QoQ

efinAI


ส่องบทวิเคราะห์ทั้งตลาดจาก IAA Consensus พบ 11 บจ. (ไม่รวมหุ้นแบงก์) มีนักวิเคราะห์ตั้งแต่ 2 แห่งขึ้นไป คาดกำไร 4Q/68 จะโตทั้ง YoY-QoQ ส่วนใหญ่เป็นหุ้น SET100 กลุ่มอาหารฯติดโผเพียบ ขณะที่ราคาหุ้นล่าสุด พบอัปไซด์สูงสุดถึง 76%

 

*** ส่อง 11 หุ้น ถูกคาดกำไร 4Q/68 โต YoY-QoQ

"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) จาก IAA Consensus ที่มีการอัปเดทหลัง 1 ม.ค.2569 พบ 11 บริษัท (ไม่รวมหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์) ถูกโบรกเกอร์คาดการณ์ว่า กำไรสุทธิไตรมาส 4/68 (4Q/68) มีแนวโน้มเติบโตทั้งเทียบปีก่อน (YoY) และไตรมาสก่อน (QoQ) ประกอบด้วย 
 

11 บจ. ถูกโบรกฯคาดกำไร 4Q/68 โตทั้ง YoY-QoQ

ชื่อย่อหุ้น

บล.

คาดกำไร 4Q/68 (ลบ.)

%chg YoY

%chg QoQ

ราคาเหมาะสม (บ.)

%อัปไซด์*

ADVANC

ฟินันเซียฯ

12,900

39

7

348.70

1.96

เคจีไอ

12,733

38

6

366

7.02

ซีจีเอสฯ

12,200

32

2

349

2.05

BDMS

ฟิลลิป

4,578

6

6

26

37.57

หยวนต้า

4,390

1

1

31.60

67.20

TRUE

ซีจีเอสฯ

3,200

พลิกกำไร

104

14.70

22.50

เคจีไอ

2,100

พลิกกำไร

34

14

16.67

MTC

หยวนต้า

1,775

15

3

52

76.27

พาย

1,762

14

2

48

62.71

ฟิลลิป

1,752

13

1

39

32.20

SCGP

เอเซีย พลัส

1,336

พลิกกำไร

40

23

11.11

ดาโอ

1,300

พลิกกำไร

36

22

6.28

กรุงศรี

1,296

พลิกกำไร

36

17.50

-15.46

ดีบีเอสวิคเคอร์ส

1,240

พลิกกำไร

31

17

-17.87

บัวหลวง

1,213

พลิกกำไร

27

21

1.45

ทิสโก้

1,200

พลิกกำไร

26

23

11.11

เคจีไอ

1,100

พลิกกำไร

15

20

-3.38

ITC

หยวนต้า

866

10

7

18.20

10.30

กรุงศรี

836

6

3

20

21.21

ทรีนีตี้

829

5

2

20.90

26.67

บียอนด์

821

4

1

18.50

12.12

OSP

ดาโอ

816

44

17

20

12.99

ฟินันเซียฯ

806

42

15

21

18.64

เคจีไอ

785

39

12

20

12.99

STECON

เอเซีย พลัส

260

พลิกกำไร

59

12.50

67.79

ทิสโก้

245

พลิกกำไร

48

10

34.23

เคจีไอ

179

พลิกกำไร

10

7.70

3.36

KCG

ฟินันเซียฯ

190

17

116

11

31.74

หยวนต้า

179

10

103

12.20

46.11

SAV

หยวนต้า

148

17

16

16

36.75

ดาโอ

141

11

10

18

53.85

กรุงศรี

135

6

5

18.10

54.70

MAGURO

ดาโอ

50

48

32

33

69.23

หยวนต้า

50

48

32

31

58.97

ลิเบอเรเตอร์

47

38

23

30.75

57.69

หมายเหตุ : ข้อมูลเฉพาะหุ้นที่มีบทวิเคราะห์อัปเดทตั้งแต่ต้นปี (YTD)

*อัปไซด์เทียบราคาปิด 16 ม.ค.69

**ไม่รวมหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์

 

11 บริษัทดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นหุ้นในดัชนี SET100 จำนวน 7 บริษัท โดยกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มติดโผมากสุด จำนวน 4 บริษัท รองลงมา คือ กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่ติดโผจำนวน 2 บริษัท 

*** "ADVANC" ถูกคาดกำไรสูงสุด 1.2 หมื่นลบ.

บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ถูกนักวิเคราะห์คาดว่า ไตรมาส 4/68 จะมีกำไรสุทธิมากที่สุด 12,000 - 12,900 ล้านบาท เติบโตขึ้น 32 - 39% จากปีก่อน และเติบโตขึ้น 2 - 7% จากไตรมาสก่อน หนุนจากรายได้โทรศัพท์เคลื่อนที่ (58% ของรายได้รวม) คาดอยู่ที่ 33,400 ล้านบาท เติบโตขึ้น 5% จากปีก่อน และเติบโตขึ้น 2% จากไตรมาสก่อน หลังประสบความสำเร็จจากกลยุทธ์ upsell และ cross-sell ที่ช่วยหนุนรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ (ARPU) สูงขึ้น 


นอกจากนี้ คาดว่า ADVANC ยังมีการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น หลังมีการประเมินว่าต้นทุนการให้บริการรวมค่าเสื่อมราคาแและค่าตัดจำหน่ายจะอยู่ที่ 22,900 ล้านบาท ลดลง 8% จากปีก่อน และลดลง 1% จากไตรมาสก่อน ซึ่งน่าจะเป็นผลจากการรับรู้ประโยชน์เต็มไตรมาส จากต้นทุนคลื่น 2100 MHz ลดลงหลังสัญญากับ NT สิ้นสุดในเดือน ส.ค.68


อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการขายและบริการ (SG&A) คาดอยู่ที่ 6,900 ล้านบาท ลดลง 13% จากปีก่อน เพราะช่วงไตรมาส 4/67 มีการบันทึกค่าใช้จ่ายตั้งสำรองด้อยค่าอุปกรณ์ที่ล้าสมัยจำนวน 1,000 ล้านบาท ประกอบกับ ดอกเบี้ยจ่ายรายไตรมาสของ ADVANC จะลดลงมาอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท ลดลง 10% จากปีก่อน เนื่องจากบริษัทมีการรีไฟแนนซ์หนี้


รองลงมา คือ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) ที่คาดมีกำไรสุทธิ 4,390 - 4,578 ล้านบาท เติบโตขึ้น 1 - 6% จากปีก่อน และเติบโตขึ้น 1 - 6% จากไตรมาสก่อน หนุนจากจำนวนผู้ป่วยชาวไทย และผู้ป่วยชาวต่างชาติทีพำนักอยู่ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นในช่วงท้ายปีที่ผ่านมา หลัก ๆ เป็นกลุ่มลูกค้าที่เข้ามารับการรักษาเฉพาะทางเกี่ยวกับทางเดินหายใจ และไข้หวัดใหญ่ที่เพิ่มขึ้นในช่วงปลายปีตามปริมาณฝนที่ตกมากกว่าปีก่อน

 

*** พบอีก 3 บจ. กำไร 4Q/68 คาดทะลุ 1 พันลบ.

มีอีก 3 บริษัท ที่ถูกนักวิเคราะห์ประเมินว่า กำไรสุทธิไตรมาส 4/68 มีแนวโน้มทำได้มากกว่า 1,000 ล้านบาท ประกอบด้วย บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ที่ถูกคาดกำไรสุทธิไว้ที่ 2,100 - 3,200 ล้านบาท เทียบปีก่อนขาดทุนสุทธิ 7,507 ล้านบาท และเติบโตขึ้น 34 - 104% จากไตรมาสก่อน ปัจจัยหนุนการเติบโตมาจากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ฟื้นตัวในช่วงดังกล่าว จากการไหลเข้ามาของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และการบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน  


ด้าน บมจ.เมืองไทย แคปปิตอล (MTC) ถูกคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 ไว้ที่ 1,752 - 1,775 ล้านบาท เติบโตขึ้น 13 - 15% จากปีก่อน และเติบโตขึ้น 1 - 3% จากไตรมาสก่อน หนุนโดยรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิที่มีแนวโน้มเติบโต 4% จากไตรมาสก่อน ตามความต้องการสินเชื่อในพื้นที่ต่างจังหวัดปรับตัวขึ้น ส่งผลให้สินเชื่อรวมของ MTC จะเติบโตได้ราว 3% จากไตรมาสก่อน 


ขณะที่ NIM มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้เล็กน้อยเป็น 13.9% เทียบไตรมาสก่อนอยู่ที่ 13.8% หลังต้นทุนทางการเงินลดลง จากการ Rollover หุ้นกู้ที่ครบกำหนดชำระไปเป็นหุ้นกู้ชุดใหม่ที่มีอัตราดอกเบี้ยลดลง ส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น 5% จากไตรมาสก่อน หลังค่าติดตามทวงหนี้ปรับตัวขึ้น และคาด Credit cost ปรับตัวลดลงเหลือ 2.6% เทียบไตรมาสก่อนอยู่ที่ระดับ 2.7% เพราะได้รับอานิสงส์บวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่าง "คนละครึ่งพลัส" 


ช่วยให้ลูกหนี้มีความสามารถในการชำระหนี้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยที่มีรายได้จากการขายสินค้ามากขึ้น อย่างไรก็ตาม Credit cost ระดับดังกล่าว ยังเป็นระดับที่ค่อนข้างสูงเพราะต้องตั้งสำรองเผื่อกรณีของลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมใน อ.หาดใหญ่ และสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา 


ฟาก บมจ.เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCGP) ถูกคาดกำไรสุทธิไว้ที่ 1,100 - 1,336 ล้านบาท เทียบปีก่อนขาดทุนสุทธิ 56 ล้านบาท และเติบโตขึ้น 15 - 40% จากไตรมาสก่อน มีปัจจัยหนุนจากการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น และการปรับโครงสร้างหนี้ของ Fajar Paper อีกทั้ง SCGP จะมีกำไรพิเศษจากการปรับมูลค่าทางบัญชีของ PT Prokemas Adhikari Kreasi (MYPAK) ประมาณ 1,000 ล้านบาท 

 

*** มีอีก 3 บจ. กำไรจ่อโต 2 หลักทั้ง YoY-QoQ

ขณะเดียวกัน มีอีก 3 บริษัท ที่กำไรสุทธิไตรมาส 4/68 มีแนวโน้มเติบโต 2 หลัก (Double Digit) ทั้งเทียบปีก่อน และไตรมาสก่อน ประกอบด้วย บมจ.โอสถสภา (OSP) ที่ถูกโบรกเกอร์คาดกำไรสุทธิไว้ที่ 785 - 816 ล้านบาท เติบโตขึ้น 39 - 44% จากปีก่อน และเติบโตขึ้น 12 - 17% จากไตรมาสก่อน หลังธุรกิจต่างประเทศผ่านช่วงโลว์ซีซั่น และการปิดด่านชายแดนไทย - เมียนมาในช่วงไตรมาส 3/68 ผ่านไปแล้ว ประกอบกับ ปัญหาแผ่นดินไหวในอินโดนีเซียคลายตัว หนุนให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จากธุรกิจต่างประเทศฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ


ต่อด้วย บมจ.เคซีจี คอร์ปอเรชั่น (KCG) ที่ถูกคาดกำไรสุทธิไว้ที่ 179 - 190 ล้านบาท เติบโตขึ้น 10 - 17% จากปีก่อน และเติบโตขึ้น 103 - 116% จากไตรมาสก่อน หนุนจากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของยอดขาย ส่งผลให้ยอดขายรวมมีแนวโน้มเติบโตขึ้น 6% จากปีก่อน อีกทั้ง บริษัทยังมีการขยายฐานลูกค้ากลุ่ม B2B ต่างจังหวัดมากขึ้น โดยสินค้าหลักยังเป็นกลุ่มมาการีน 


เช่นเดียวกับ ธุรกิจ B2C ยังสามารถเติบโตจากการออกสินค้าใหม่ อาทิ คุกกี้สูตรน้ำตาลน้อย และ Milkana ที่ปัจจุบันผลตอบรับค่อนข้างดี  และเริ่มรับรู้กำลังการผลิตใหม่สำหรับการผลิตเนยที่เพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อน 


ส่วน บมจ.มากุโระ กรุ๊ป (MAGURO) ถูกคาดกำไรสุทธิไว้ที่ 47 - 50 ล้านบาท เติบโตขึ้น 38 - 48% จากปีก่อน และเติบโตขึ้น 23 - 32% จากไตรมาสก่อน หนุนโดยการเปิดสาขาใหม่เพิ่มในช่วงไตรมาส 4/68 อีก 4 สาขา ส่งผลให้บริษัทมีร้านอาหารทั้งหมด 53 สาขา ตามเป้าหมาย อีกทั้ง ยังจะรับรู้รายได้จากแบรนด์ Bincho, Kiwamiya เต็มไตรมาสเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มี GPM สูงกว่าค่าเฉลี่ยของแบรนด์เดิมของบริษัท ประกอบกับ การทำโปรโมชั่นลดราคาเพื่อแข่งขันในตลาดช่วงปลายปีลดความรุนแรงลงด้วย 

 

*** ส่องราคาหุ้นล่าสุดพบ "MTC" มีอัปไซด์สูงถึง 76%

ทั้งนี้ เมื่อสำรวจราคาหุ้นที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน ของทั้ง 11 บริษัทดังกล่าว ปรากฎว่า บมจ.เมืองไทย แคปปิตอล (MTC) เป็นบริษัทที่ราคาหุ้น ณ ปัจจุบัน มีอัปไซด์สูงสุด 32.20 - 76.27% หลังถูกโบรกเกอร์ประเมินราคาเหมาะสมไว้ที่ 39 - 52 บาท/หุ้น รองลงมา คือ บมจ.มากุโระ กรุ๊ป (MAGURO) ที่ราคาหุ้น ณ ปัจจุบัน มีอัปไซด์ 57.69 - 69.23% หลังถูกนักวิเคราะห์ประเมินราคาเหมาะสมไว้ที่ 30.75 - 33 บาท/หุ้น 


นอกจากนี้ ยังมีอีก 3 บริษัท ที่ราคาหุ้นซื้อขาย ณ ปัจจุบัน มีอัปไซด์มากกว่า 50% นำโดย บมจ.สเตคอน กรุ๊ป (STECON) ราคาหุ้น ณ ปัจจุบัน มีอัปไซด์ 3.36 - 67.79% หลังถูกนักวิเคราะห์ประเมินราคาเหมาะสมไว้ที่ 7.70 - 12.50 บาท/หุ้น 


ปิดท้ายด้วย บมจ.บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) ราคาหุ้น ณ ปัจจุบัน มีอัปไซด์ 37.57 - 67.20% หลังถูกนักวิเคราะห์ประเมินราคาเหมาะสมไว้ที่ 26 - 31.60 บาท/หุ้น และ บมจ.สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ (SAV) ราคาหุ้น ณ ปัจจุบัน มีอัปไซด์ 36.75 - 54.70% หลังถูกนักวิเคราะห์ประเมินราคาเหมาะสมไว้ที่ 16 - 18.10 บาท/หุ้น 

 


 

แท็กที่เกี่ยวข้อง