
ที่ปรึกษาคริปโทประจำทำเนียบขาวเผย หาก CLARITY Act ผ่าน ธนาคารและบริษัทคริปโทจะรวมกันเป็น “อุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลเดียวกัน” พร้อมเร่งทุกฝ่ายหาทางออกเรื่อง stablecoin yield เพื่อผลักดันร่างกฎหมายให้สำเร็จ
ในการสัมภาษณ์รายการ CNBC’s Squawk Box ที่งานประชุมดาวอส 2026 David Sacks ซาร์คริปโทประจำทำเนียบขาว ชี้ว่า ในอนาคต ธนาคารกับคริปโตจะไม่แยกกันอีกต่อไป แต่จะรวมเป็นหนึ่งเดียวในโลกสินทรัพย์ดิจิทัล” หลังสภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโท (CLARITY Act)
Sacks กล่าวว่า “ตอนนี้สิ่งที่ขวางการออกกฎหมายคือประเด็น Stablecoin จะให้ Yield ได้หรือไม่” โดยเขาเรียกร้องให้ทั้งฝ่ายธนาคารและคริปโทหาข้อตกลงร่วมกัน เพื่อให้ร่างกฎหมายไปถึงมือประธานาธิบดีทรัมป์ และให้เขาลงนามเป็นกฎหมายได้
โดย Sacks ได้เปรียบเทียบกับกรณีร่างกฎหมาย GENIUS Act ที่ล่าช้ามาหลายครั้งก่อนผ่านเป็นกฎหมาย และเชื่อว่าธนาคารจะยอมรับได้ เพราะ Yield ก็ยังเป็นส่วนหนึ่งในร่างปัจจุบันอยู่แล้ว
“เมื่อร่างกฎหมาย CLARITY Act ผ่าน ธนาคารก็จะกระโดดเข้าสู่วงการคริปโทเต็มตัว จะไม่มีคำว่าแยกธนาคารกับคริปโทอีกต่อไป แต่จะรวมกันเป็นอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล” Sacks กล่าว
ก่อนหน้านี้ Coinbase ได้ถอนตัวจากการสนับสนุนร่าง CLARITY Act โดยซีอีโอ Brian Armstrong เผยว่า ร่างฉบับปัจจุบันมีปัญหาหลายจุด โดยเฉพาะการตัดสิทธิ์ stablecoin ในการให้ผลตอบแทน แต่กลับกันกลับปกป้องระบบธนาคารจากการแข่งขัน
ซึ่งฝั่งธนาคารมองว่า หาก Stablecoin ให้ Yield ได้จริง อาจทำให้เงินฝากไหลออกจากระบบธนาคารมหาศาล และจะส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเงิน
อย่างไรก็ตาม แม้ GENIUS Act ที่ผ่านเมื่อกลางปี 2025 จะห้ามผู้ออกเหรียญให้ Yield แต่ แพลตฟอร์มบุคคลที่สาม เช่น Coinbase ยังสามารถให้รางวัลหรือผลตอบแทนได้ตามกฎหมาย
ล่าสุด Armstrong เปิดเผยว่า ตอนนี้ร่างกฎหมายชะงักในวุฒิสภา ทำให้มีโอกาสกลับมาเจรจากับ ซีอีโอของเหล่าธนาคารอีกครั้ง เพื่อหาทางออกร่วมกัน
ที่มา : cointelegraph

ผู้สื่อข่าว สายสินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย